简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
ราคาน้ำมันพุ่งหลังสถานการณ์สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงยืดเยื้อ
บทคัดย่อ:ราคาน้ำมันพุ่งแรง โดยน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นเหนือ $111 ต่อบาร์เรล ส่วน WTI ปรับขึ้นเหนือ $107 หลังมีความกังวลว่าการขนส่งพลังงานจะยิ่งมีปัญหาขึ้นเรื่อยๆการยังไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงมาตรการปิดล้อมท

ราคาน้ำมันพุ่งแรง โดยน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นเหนือ $111 ต่อบาร์เรล ส่วน WTI ปรับขึ้นเหนือ $107 หลังมีความกังวลว่าการขนส่งพลังงานจะยิ่งมีปัญหาขึ้นเรื่อยๆ
การยังไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงมาตรการปิดล้อมท่าเรืออิหร่านของสหรัฐฯ ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ยิ่งเพิ่มปัญหาเงินเฟ้อ และทำให้ตลาดยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ว่า Fed อาจรักษานโยบายการเงินที่เข้มงวดต่อไป หรือแม้กระทั่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2026 โดยปัจจุบัน ตลาดคาดว่ามีโอกาสมากกว่า 50% ที่ Fed จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกภายในสิ้นปี ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และดอลลาร์สหรัฐฯ ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นไปอีก
การที่ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นคือปัญหาหลักของทองคำ แม้ทองคำจะฟื้นตัวได้เล็กน้อยในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาหลังร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม และโมเมนตัมขาขึ้นยังถูกกดอยู่จากดอลลาร์ที่แข็งค่าท่ามกลางความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
ด้านดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่นปรับลดเกือบ 1% ขณะที่ Hang Seng ของฮ่องกงร่วง 1.4% และดัชนี CSI 300 ของจีนปรับตัวลง 0.8% อย่างไรก็ตาม Kospi ของเกาหลีใต้ฟื้นตัวได้จากการติดลบก่อนหน้า และปิดตลาดที่ +0.9%
นักลงทุนทั่วโลกยังคงจับตาปัญหาในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาเตือนให้อิหร่านบรรลุข้อตกลงได้แล้ว มิฉะนั้นอาจเจอปัญหาหนักได้ ซึ่งยิ่งเพิ่มความกังวลว่าอาจมีการยกระดับความรุนแรงขึ้น และยิ่งลดโอกาสที่สหรัฐฯ และอิหร่านจะบรรลุข้อตกลงกันได้
ด้านดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น และอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ยังคงกดดันสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนใดๆ อย่างทองคำ ส่งผลให้ภาพรวมของตลาดทองคำซื้อขายด้วยความระมัดระวัง แม้จะมีความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยเนื่องจากปัญหาความขัดแย้งก็ตาม
ขณะนี้ นักลงทุนกำลังรอติดตามรายงานการประชุม FOMC รวมถึงดัชนี PMI ของโลก และความคืบหน้าปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อประเมินทิศทางของทองคำ และตลาดการเงินโลกในระยะถัดไป
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ

