简体中文
繁體中文
English
Pусский
日本語
ภาษาไทย
Tiếng Việt
Bahasa Indonesia
Español
हिन्दी
Filippiiniläinen
Français
Deutsch
Português
Türkçe
한국어
العربية
اردو
บาทเปิด 33.33 แข็งค่ารับข่าวทรัมป์เจรจาหยุดยิงอิหร่าน
บทคัดย่อ:ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่ 33.33 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าจาก 33.39 บาท รับกระแสข่าวสหรัฐฯ-อิหร่านเตรียมเจรจาหยุดยิง Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินกรอบสัปดาห์ที่ 33.00-33.70 บาท ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ถูกมองว่าโตต่ำและเปราะบาง

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม 2569 ที่ระดับ 33.33 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 33.39 บาทต่อดอลลาร์ โดยตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ เงินบาททยอยแข็งค่าต่อเนื่องในกรอบ 33.31-33.53 บาทต่อดอลลาร์ เข้าใกล้โซนแนวรับ 33.30 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า การแข็งค่าของเงินบาทเป็นผลจากกระแสข่าวสหรัฐฯ และอิหร่านเตรียมกลับเข้าเจรจาหยุดยิงอีกครั้ง โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าการเจรจาจะกลับมาภายในสัปดาห์นี้ แต่ทางการอิหร่านยังไม่ได้แสดงท่าทีตอบรับที่ชัดเจน
การแข็งค่าครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่ถูกประเมินว่ากำลังเผชิญภาวะโตต่ำและเปราะบาง แม้กระทรวงการคลังและ กนง. จะปรับคาดการณ์ GDP ปี 2569 ขึ้นมาอยู่ที่ราว 2.3 ถึง 2.5 เปอร์เซ็นต์ แต่แรงส่งในครึ่งปีหลังเริ่มแผ่วลง จากวิกฤตกำลังซื้อฐานรากและการปิดกิจการที่พุ่งสูง โดยครึ่งปีแรก 2569 มีทุนจดทะเบียนของกิจการที่เลิกกิจการพุ่งขึ้นกว่า 3 เท่าตัว หรือเกือบ 1 แสนล้านบาท โดยเฉพาะกลุ่มก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ และร้านอาหาร
กระแสข่าวเจรจาหยุดยิงกดพลังงาน ดันทองคำ
กระแสข่าวเจรจาหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่านส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวลงแรง ขณะที่ราคาทองคำ (XAUUSD) พลิกกลับขึ้นเหนือระดับ 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์อีกครั้ง ราคาทองคำที่สูงขึ้นเป็นอีกปัจจัยหนุนเงินบาทแข็งค่า เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่มีการซื้อขายทองคำปริมาณมาก
กรอบค่าเงินบาทและปัจจัยเสี่ยง
Krungthai GLOBAL MARKETS ประเมินกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ (3-7 สิงหาคม 2569) ที่ 33.00-33.70 บาทต่อดอลลาร์ และกรอบวันนี้ที่ 33.20-33.45 บาทต่อดอลลาร์ เงินบาทยังเผชิญความเสี่ยงแบบ Two-Way Risk เคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับสถานการณ์ตะวันออกกลางและทิศทางนโยบายการเงินของ FED นอกจากนี้ เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่แข็งค่าขึ้นมากในสัปดาห์ก่อน จากการร่วมมือแทรกแซงของทางการญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ก็เป็นอีกปัจจัยต่อทิศทางค่าเงินในภูมิภาค
ข้อมูลสหรัฐฯ และ PMI จีน-สหรัฐฯ ชี้ทิศทาง
ตลาดจับตารายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ทั้งยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls) อัตราการว่างงาน อัตราการเติบโตของค่าจ้าง และยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (JOLTS Job Openings) รวมถึงดัชนี ISM Manufacturing และ Services PMIs เดือนกรกฎาคม
ในวันเดียวกัน มีการประกาศดัชนี PMI ภาคการผลิตของสหรัฐฯ (US ISM Manufacturing PMI) และจีน (Caixin/S&P Global China PMI) ซึ่งจะส่งสัญญาณโดยตรงต่อแนวโน้มการส่งออกไทยในไตรมาส 3 ปี 2569 และความผันผวนของค่าเงินบาท
ตัวเลขในประเทศที่ต้องจับตา
กระทรวงพาณิชย์เตรียมแถลงอัตราเงินเฟ้อและดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนกรกฎาคม 2569 ในช่วงต้นสัปดาห์ ขณะที่บริษัทจดทะเบียนใน SET จะแจ้งงบการเงินไตรมาส 2 ปี 2569 ตลอดสัปดาห์ โดยตลาดมุ่งเน้นกลุ่มพลังงาน ค้าปลีก และอสังหาริมทรัพย์ เพื่อดูว่าผลประกอบการสอดคล้องกับ GDP ที่ชะลอตัวหรือไม่
นอกจากนี้ วันที่ 3 สิงหาคม มีการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) ด้านการผลิต เพื่อพิจารณามาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2569/2570 โดยมีวาระปรับเปลี่ยนรูปแบบเงินช่วยเหลือไร่ละ 1,000 ถึง 2,000 บาท หรือเปลี่ยนเป็นรูปแบบประกันราคาหรือชดเชยตามปริมาณผลผลิต
ข้อจำกัดความรับผิดชอบ:
มุมมองในบทความนี้แสดงถึงมุมมองส่วนตัวของผู้เขียนเท่านั้นและไม่ถือเป็นคำแนะนำในการลงทุน สำหรับแพลตฟอร์มนี้ไม่รับประกันความถูกต้องครบถ้วนและทันเวลาของข้อมูลบทความ และไม่รับผิดชอบต่อการสูญเสียใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลในบทความ
WikiFX โบรกเกอร์
XM
EC markets
FOREX.com
vantage
pepperstone
IC Markets Global
XM
EC markets
FOREX.com
vantage
pepperstone
IC Markets Global










